12 เมษายน 2562 ฝุ่นเชียงใหม่ กลับมาทวงแชมป์ มลพิษพุ่งทะยานสูง คนติดแฮชแท็ก "จะไม่ทน"

ที่มา: https://www.sanook.com/news/7741926/

บรรยากาศเช้านี้จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มกลับมามีหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมอีกครั้ง และค่ามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้น อยู่ในระดับสีแดง ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอีกครั้ง จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าเช้านี้เมื่อเวลา 08.00 น. ค่ามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีอนุภาคต่ำกว่า 2.5 ไมครอน หรือค่า PM 2.5 เกือบทุกจุดเพิ่มขึ้น โดยกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดได้ 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง วัดได้ 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะเดียวกัน พบว่าจากข้อมูลของ เว็ปไซต์ AirVisual.com พบว่าจากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกพบว่าค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ ใกล้จะกลายเป็นแชมป์อีกครั้ง อยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก วัดได้ 198 US AQI และจากสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ต่อเนื่องยาวนานนับเดือนที่ผ่านมา จนส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะนี้ผู้ที่ใช้โซเชียลมีเดียทั้งที่เป็นชาวเชียงใหม่และทั่วประเทศจำนวนมากต่างพากันติดแฮชแท็ก #เชียงใหม่จะไม่ทน หลังจากที่เฟซบุ๊ก “บัณรส บัวคลี่” หนึ่งในแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้โพสต์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันแสดงพลังด้วยการติดแฮชแท็กดังกล่าว เพื่อแสดงพลังในการเรียกร้องและขับเคลื่อนให้ภาครัฐและหน่วยงานราชการมีการพัฒนายกระดับวิธีการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นประจำอย่างซ้ำซากของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อป้องกันปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้มีการรณรงค์ด้วยการติดแฮชแท็ก #เชียงใหม่จะไม่ทน พร้อมมีการกำหนดนัดหมายให้ประชาชนทั่วไปร่วมกันระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ในวันที่ 17 เมษายนนี้ ที่ วัดล่ามช้าง ตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อรวบรวมนำเสนอและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไป ทั้งนี้หนึ่งในประเด็นที่น่าจะมีการพูดคุยกันในวันนั้นเป็นเรื่องของการกำหนดคุณสมบัติของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่กระทรวงมหาดไทยควรจะแต่งตั้งมาให้รับตำแหน่งในช่วงของการโยกย้ายช่วงปลายปี 2562 นี้ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนชาวเชียงใหม่